ตราสารจัดตั้งนิติบุคคลของโรงเรียนในระบบ
โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน
หมวด ๑
ชื่อ ประเภท ระดับการศึกษา
ข้อ ๑ โรงเรียนนี้มีชื่อว่า โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน
ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ Azizstan Foundation School
เปิดสอนประเภท วิชาศาสนาควบคู่กับวิชาสามัญ
ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น- มัธยมศึกษาตอนปลาย (ช่วงชั้นที่ 3 - 4 )
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔
อิสลามศึกษาตอนต้น-อิสลามศึกษาตอนปลาย (ช่วงชั้นที่ 2 - 4 )
ตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๖
และอนาคตอาจขยายชั้น อนุบาล – ประถมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 1 - 2 )
ความจุนักเรียนสูงสุด 4,140 คน
ในกรณีที่โรงเรียนได้รับอนุญาตความจุเพิ่มให้ยึดตามที่ได้รับอนุญาตโดยไม่ต้องแก้ในตราสาร
ข้อ ๒ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 119 ตำบล/แขวง นาประดู่ อำเภอ/เขต โคกโพธิ์ จังหวัด ปัตตานี
โทรศัพท์ 0-7341-5119 โทรสาร 0-7341-5037 Website http//:www.azizstan.ac.th
ข้อ ๓ เครื่องหมาย/ตราของโรงเรียนคือ อักษรย่อว่า ม.อ.

ตราของโรงเรียนในวงกลมแรกมีรูปกะบะห์ ซึ่งเป็น สถานที่เคารพศรัทธาของมุสลิม และรวงข้าวล้อมรอบ แสดงถึง ความมีระเบียบวินัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งมีความหมาย สถานบันที่ให้ความรู้คู่คุณธรรม มีความรัก ความสามัคคี อยู่ในกรอบอันดีงามตามหลักคำสั่งสอนของศาสนาอิสลามและเป็นที่ยอมรับของสังคม
ข้อ ๔ รายละเอียดแผนผังแสดงบริเวณและอาคารของโรงเรียนปรากฏตามเอกสารแนบท้ายตราสารจัดตั้งโรงเรียน
หมวด ๒
วัตถุประสงค์
ข้อ ๕ โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ
(๑) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษาในระบบ ทั้งวิชาศาสนาและวิชาสามัญตามหลักสูตรของ กระทรวงศึกษาธิการ
(๒) เพื่อให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอนหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียน
(๓) เพื่อให้บริการด้านวิชาการและบริการอื่นแก่ชุมชน
(๔) อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการศึกษา
หมวด ๓
ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
ข้อ ๖ ทรัพย์สินของโรงเรียนเมื่อเริ่มแรกคือ
(๑) เงินสดจำนวน xxxxxxxxxxxx บาท มีหนี้สินจำนวน xxxxxxxxxx บาท
(๒) ทรัพย์สินส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
- ที่ดินอันเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จำนวน ๒๑ ไร่ - งาน ๓๖ ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่/เอกสารสิทธิอื่น พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ดังนี้
- แปลนที่ ๑ โฉนด เลขที่ ๒๔๖๓๐ มีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน ๙๔ ตารางวา โดยเช่าจากมัสยิดอาซิซสถาน ประกอบด้วย
อาคารเรียน ๘ หลัง จัดเป็นห้องสมุด ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องประชุม ห้องพยาบาล ห้องพักครู ห้องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ห้องแนะแนว ห้องกิจการนักเรียน ห้องทะเบียน ห้องศูนย์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ และห้องโสตมัลติมีเดีย
โรงอาหาร ขนาด 16 X 28 จำนวน 1 หลัง
- แปลนที่ ๒ โฉนด เลขที่ ๑๖๕๐๙ มีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๒๔ ตารางวา ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน ประกอบด้วย
อาคารเรียน ๒ ชั้น จำนวน ๑ หลัง จัดเป็นห้องพักครู
อาคารอเนกประสงค์ ( ศูนย์การกีฬา ) จำนวน ๑ หลัง
- แปลนที่ ๓, ๔ ,และ๕ โฉนด เลขที่ ๑๖๕๐๔,๑๖๕๑๐,๑๖๕๑๑ มีเนื้อที่ ๒ ไร่ - งาน ๑๔ ตารางวา, ๒ ไร่ ๑ งาน ๑๑ ตารางวา และ ๓ งาน ๒๐ ตารางวา ตามลำดับ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิอาซิซสถานอนุสรณ์ ประกอบด้วย
สวนสัตว์ปีก สถานที่พักผ่อน น้ำตก และแหล่งการเรียนรู้
- แปลนที่ ๖ และ ๗ โฉนด เลขที่ ๔๗๗๔๔ , ๔๗๗๔๕ มีเนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๕๕ ตารางวา และ ๑ ไร่ - งาน ๑๘ ตารางวา ตามลำดับ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิอาซิวสถานอนุสรณ์ ประกอบด้วย
อาคารเรียน ๓ ชั้น จำนวน ๑ หลัง มีสถานที่ละหมาด โรงอาหารและสถานที่พักผ่อน
รวมพื้นที่ทั้งหมด ๗ แปลน จำนวน ๒๑ ไร่ - งาน ๓๖ ตารางวา ปัจจุบันโรงเรียนมีความจุทั้งสิ้น ๔,๑๔๐ คน
(๓) รายการครุภัณฑ์ต่าง ๆ ตามบัญชีแนบท้ายตราสารจัดตั้ง รวมทั้งสิ้น xxxxxxx บาท
(๔) รถกระบะ จำนวน ๑ คัน ใช้สำหรับ ติดต่อประสานงาน หรือดำเนินกิจการของโรงเรียน
ข้อ ๗ โรงเรียนอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(๑) เงินค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่รัฐจ่ายให้แก่ผู้เรียน
(๒) เงินอุดหนุนจากภาครัฐ
(๓) เงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น
(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่โรงเรียน
(๕) รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพย์สินของโรงเรียน
(๖) เงินจากการบริการต่างๆของโรงเรียน เช่น ค่าเช่าหอพัก ค่าเช่าร้านต่างๆ การขายอาหาร ค่าบริการรับ-ส่งนักเรียน ค่าขายเสื้อผ้า เครื่องใช้สำหรับนักเรียน การขายสิ่งพิมพ์ สื่อประกอบการเรียนการสอน การบริการด้านคอมพิวเตอร์ ค่าบริการถ่ายเอกสาร สหกรณ์ ค่าจำหน่ายทรัพย์สินอื่น ๆ ตามความเหมาะสม หรือตามมติของคณะบริหารสถานศึกษา
(๗) รายได้จากการจัดงานอื่น
(๘) เงินที่ได้จากการบริการที่เกี่ยวเนื่องจากผู้ปกครองครูและบุคลากรในโรงเรียน
(๙) รายได้เนื่องจากการขายผลผลิตของโรงเรียน
(๑๐) รายได้ที่เกิดจากการบริหารทรัพย์สินในอนาคต
(๑๑) รายได้จากการระดมทุนต่าง ๆ
(๑๒) รายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุที่รัฐหรือหน่วยงานอื่นจ่ายให้เพื่อพัฒนาการศึกษา
หมวด ๔
คณะกรรมการบริหารโรงเรียน
ข้อ ๘ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ประกอบด้วย
๑. ผู้รับใบอนุญาต
๒. ผู้จัดการ
๓. ผู้อำนวยการ
๔. ผู้แทนครูในโรงเรียน
๕. ผู้แทนผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่
๖. ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย ๑ คนแต่ไม่เกิน ๓ คน ทั้งนี้ รวมกันแล้วไม่เกิน ๘ คน (ตามมาตรา ๓๐)
ในกรณีผู้รับใบอนุญาต เป็นบุคคลเดียวกัน กับผู้จัดการ หรือผู้อำนวยการ ให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น หนึ่งหรือสองคน แล้วแต่กรณี
ข้อ ๙ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนโดยตำแหน่ง
ข้อ ๑๐ หากผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตามให้ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ บุคคลใดบุคคลหนึ่งทำหน้าที่แทน
หมวด ๕
คุณสมบัติ การสรรหา และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารโรงเรียน
ข้อ ๑๑ กรรมการบริหารโรงเรียนต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์
(๓) มีความรู้และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของโรงเรียน
(๔) มีความประพฤติเรียบร้อยเป็นที่ยอมรับของสังคม
(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่
ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ ๑๒ วิธีการสรรหาคณะกรรมการบริหารโรงเรียน อาจปฏิบัติได้ 2 กรณี ดังนี้
(๑) ให้ผู้รับใบอนุญาตสรรหาและแต่งตั้งผู้ที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติ ตาม ข้อ ๘ และ ๑๐
(๒) ให้ผู้รับใบอนุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่สรรหาผู้ที่มีความรู้ และความสามารถเป็นคณะกรรมการบริหาร ตามข้อ ๘ เพื่อเสนอให้ผู้รับใบอนุญาตเลือกและแต่งตั้งตามจำนวนที่กำหนด
ข้อ ๑๓ ให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ และผู้อำนวยการเป็นคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนโดยตำแหน่ง โดยให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นประธานกรรมการบริหาร ผู้จัดการหรือผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขนุการ กรรมการบริหารที่มิใช่กรรรมการโดยตำแหน่งให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และกรรมการบริหารที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งได้อีก แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
ข้อ ๑๔ กรรมการบริหารของโรงเรียนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะกรรมการบริหาร ๒ ใน ๓ ของที่ประชุมให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติ
เสื่อมเสียหรือกระทำการให้เกิดความเสียหายแก่การดำเนินกิจการโรงเรียน
(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐
(๕) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการประเภทนั้น
ข้อ ๑๕ในกรณีที่กรรมการบริหารซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ผู้รับใบอนุญาตสรรหาและแต่งตั้งตามข้อ ๑๒ แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งแทนดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของกรรมการซึ่งตนแทนที่เหลืออยู่ เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะใหม่ขึ้นมา ให้คณะกรรมการการบริหารที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ดำเนินงานต่อไปจนกว่าคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่
หมวด ๖
การประชุม และลงมติ
ข้อ ๑๖ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนต้องจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง
ข้อ ๑๗ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการดำเนินการประชุมโดยการประชุม ต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๑๘ ให้ประธานคณะกรรมการบริหารเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ หรือกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน
ข้อ ๑๙ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงในการลงคะแนนหนึ่งเสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๒๐ การประชุมเพื่อลงมติพิเศษให้กระทำโดยมีกรรมการบริหารโรงเรียนเข้าที่ประชุมไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม
หมวด ๗
อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียน
ข้อ ๒๑ ให้ผู้รับใบอนุญาตมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๐ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2551
ข้อ ๒๒ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้แทนของโรงเรียนในการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอกโดยลงลายมือชื่อและประทับตราของโรงเรียน
ข้อ ๒๓ ผู้จัดการมีหน้าที่เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน งบประมาณ การบริหารงานทั่วไป และตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ๒๕๕๐
ข้อ ๒๔ ผู้อำนวยการมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับงานวิชาการของโรงเรียน และตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐
ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตอาจจะแต่งตั้งรองผู้อำนวยการหรือรองผู้จัดการจำนวนกี่คนก็ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ให้รับผิดชอบงานตามที่ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการหมอบหมาย
หมวด ๘
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการบริหารโรงเรียน
ข้อ ๒๖ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๑ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ดังนี้
(๑) ออกระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ของโรงเรียน
(๒) ให้ความเห็นชอบนโยบาย และแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน
(๓) ให้คำแนะนำการบริหารและการจัดการโรงเรียน ด้านบุคลากร แผนงาน งบประมาณ วิชาการ กิจการนักเรียน อาคารสถานที่ และความสัมพันธ์กับชุมชน
(๔) กำกับดูแลให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน
(๕) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ
(๖) ให้ความเห็นชอบในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันเกินร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าของทรัพย์สินที่โรงเรียนมีอยู่
ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารไม่ให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงิน คณะกรรมการต้องเสนอทางเลือกที่ปฏิบัติได้ให้แก่โรงเรียนในระบบด้วย เว้นแต่คณะกรรมการจะเห็นว่าการกู้ยืมเงินนั้นมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของการดำเนินกิจการโรงเรียน
(๗) ให้ความเห็นชอบการกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียน
(๘) ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปี งบการเงินประจำปี และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
(๙) พิจารณาคำร้องทุกข์ของครู ผู้ปกครองและนักเรียน
(๑๐) ให้ความเห็นชอบในการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง
(๑๑) ให้ความเห็นชอบในการขอเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียน
(๑๒) ดำเนินการจัดสรรผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการของโรงเรียนในแต่ละปี เข้ากองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ กองทุนสำรอง กองทุนอื่น และจัดสรรให้ผู้ใบอนุญาต ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๕
(๑๓) ดำเนินการให้มีการตรวจสอบบัญชีของโรงเรียน เพื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของโรงเรียนภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกำหนด (มาตรา ๔๗)
(๑๔) คณะกรรมการบริหารอาจจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งในการดำเนินงานของโรงเรียนตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมาย ดังนี้
๑. อนุกรรมการด้านวิชาการ
๒. อนุกรรมการด้านการเงิน
๓. อนุกรรมการสำหรับการบริหารทั่วไปและการบริหารงานบุคคล
๔. อนุกรรมการเกี่ยวกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ด้านต่าง ๆ เช่น ด้านรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด การส่งเสริมความสัมพันธ์ชุมชน และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นต้น
(๑๕) และปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกจากที่ระบุ ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับระเบียบและพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชน อันเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน
ข้อ ๒๗ มติคณะกรรมการบริการโรงเรียนตามข้อ ๒๔ (๗)(๑๐)(๑๑)(๑๒) จะกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมและมีมติเห็นชอบ
หมวด ๙
การบริหารการเงิน
ข้อ ๒๘ การเบิกจ่ายและการเก็บรักษาเงินให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนด
ข้อ ๒๙ กำหนดปีบัญชีของโรงเรียน ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ถึง วันที่ ๓๐ เมษายนของทุกปี
ข้อ ๓๐ จัดทำงบประมาณการ รายรับ – รายจ่าย และงบดุลประจำปีเสนอให้คณะกรรมการบริหารไม่เกินวันที่ ๓๐ มิถุนายน ของทุกปี
ข้อ ๓๑ การเพิ่มงบประมาณตามโครงการ/แผนงานหรือการดำเนินงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนด
ข้อ ๓๒ การใช้เงินจากกองทุนสำรอง หรือกองทุนอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน
หมวด ๑๐
การสรรหา แต่งตั้งและถอดถอนครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข้อ ๓๓ การสรรหาครูหรือบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนจะสรรหาเมื่อครูหรือบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ อาจปฏิบัติดังนี้
๑. ประกาศรับสมัคร
๒. กำหนดคุณสมบัติ
๓. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก
๔. สอบสัมภาษณ์
ข้อ ๓๔ การแต่งตั้งครูควรมีหลักฐานประกอบดังนี้
๑. สำเนาใบวุฒิ
๒. สำเนาทะเบียนบ้าน
๓. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง(กรณีชาวต่างชาติ)
๔. ใบรับรองแพทย์
๕. ใบรับรองความประพฤติ
๖. ภาพถ่ายครึ่งตัว ขนาด ๕ คูณ ๗ เซนติเมตรและถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน
๗. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหนังสือรับรองให้เป็นครูทำการสอนได้โดยไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา
ข้อ ๓๕ เมื่อโรงเรียนได้รับครูเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ดำเนินการดังนี้
๑. ทำสัญญาว่าจ้างตามข้อกำหนดในระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครู
๒. เสนอขอความเห็นชอบการแต่งตั้งครูต่อผู้รับใบอนุญาต
๓. เมื่อผู้รับใบอนุญาตให้ความเห็นชอบผู้อำนวยการออกหนังสือแต่งตั้งภายในระยะเวลา ๓๐ วัน
๔. มอบหนังสือต้นฉบับให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งรักษาไว้และเก็บรักษาสำเนาไว้ที่โรงเรียน
๕. รายงานการแต่งตั้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสำเนาหลักฐานภายใน ๓๐ วัน
ข้อ ๓๖ การถอดถอนครูของโรงเรียนอาจปฏิบัติได้ดังนี้
๑. ถอดถอนโดยครูกระทำความผิด ตามมติของคณะกรรมการสอบสวนที่โรงเรียนแต่งตั้งขึ้น
๒. ถอดถอนโดยครูประสงค์ลาออก
๓. ถอดถอนเนื่องจากหย่อนสมรรถภาพในการสอนหรือปฏิบัติหน้าที่
๔. ถอดถอนเนื่องจากเสียชีวิต
การถอดถอนทุกกรณีจะกระทำได้เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้อนุญาตให้ออก
ข้อ ๓๗ เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้อนุญาตให้ครูออกให้ผู้อำนวยการดำเนินการดังนี้
๑. ออกหนังสือถอดถอน
๒. รายงานการถอดถอนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่ถอดถอน
หมวด ๑๑
ระเบียบการของโรงเรียน
ข้อ ๓๘ ระเบียบการเกี่ยวกับการรับสมัครนักเรียน
โรงเรียนรับสมัครนักเรียนชายและหญิง ที่มีความประสงค์จะเรียนวิชาศาสนาอย่างเดียวหรือเรียนวิชาศาสนาควบคู่กับวิชาสามัญ ทั้งไป-กลับและประจำ โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
๑. นับถือศาสนาอิสลาม
๒. มีอายุตั้งแต่ ๑๓ ปีขึ้นไป หรือ
๓. สำเร็จการศึกษาในช่วงชั้นที่ ๒ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) หรือเทียบเท่าหรือ
๔. สำเร็จการศึกษาในช่วงชั้นที่ ๓ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) หรือเทียบเท่าหรือ
๕. เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับช่วงชั้นที่ ๓ หรือ ระดับช่วงชั้นที่ ๔
๖. เมื่อโรงเรียนได้รับนักเรียนคนใดแล้ว จะพิจารณาให้เข้าเรียนตามความเหมาะสมกับความรู้ที่มี อยู่เดิม สำหรับระเบียบการสมัครนั้น โรงเรียนจะประกาศในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ของทุกๆปี
ข้อ ๓๙ หลักฐานการสมัคร
หลักฐานที่นักเรียนจะต้องนำมาในวันรับสมัคร ประกอบด้วย
๑. สำเนาสูติบัตรของนักเรียน
๒. สำเนาทะเบียนบ้าน
๓.สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จหรือกำลังศึกษาอยู่ของแต่ละช่วงชั้น
๔. ภาพถ่ายนักเรียนขนาด ๒ นิ้ว ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน
๕. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักเรียน (ถ้ามี)
๖. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา/มารดา หรือผู้ปกครอง
๗. สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนหรือหนังสือรับรองผลการเรียนวิชาศาสนา (ถ้ามี)
ข้อ๔๐ การจำหน่ายนักเรียน
โรงเรียนจะจำหน่ายนักเรียนออกจากโรงเรียนในกรณีดังต่อไปนี้
๑. จบหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียน
๒. มีความประสงค์ลาออก
๓. เสียชีวิต
๔. กระทำการเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประเทศหรือวัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงาม
๕. เป็นโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ
ข้อ ๔๑ เวลาเรียน
๑. โรงเรียนเริ่มทำการสอนตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๑๐ น.
๒. ทำการสอนตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึงวัน วันพฤหัสบดี
๓. พักกลางวันตั้งแต่เวลา ๑๒.๑๕ น. ถึงเวลา ๑๓.๑๐ น.
๔. เปิดสอนในปีการศึกษาหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ วันที่ ๑ พฤษภาคม – ๓๐ เมษายน ของทุกๆปี
ข้อ ๔๒ วันหยุด
๑. วันหยุดประจำสัปดาห์ หยุดวันศุกร์และวันเสาร์
๒. วันหยุดตามวันหยุดราชการประจำปีเว้นแต่เป็นวันหยุดตามวันสำคัญของศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนาอิสลาม
๓. วันหยุดตามวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม มีดังนี้
๓.๑ วันตรุษอิดิลฟิตรี วันที่ ๑ – ๓ เดือนเซาวัล ๓ วัน
๓.๒ วันตรุษอิดิลอัฏฮา วันที่ ๑๐ – ๑๒ เดือนซุลฮิจญะห์ ๓ วัน
ข้อ ๔๓ การแต่งกายของนักเรียน
๑. นักเรียนชาย ให้เป็นไปตามระเบียบการแต่งกายของนักเรียนชายที่โรงเรียนกำหนด
๒. นักเรียนหญิง ให้เป็นไปตามระเบียบการแต่งกายของนักเรียนหญิงที่โรงเรียนกำหนด
หมวด ๑๒
การเลิกกิจการและการบัญชี
ข้อ ๔๔ การเลิกกิจการโรงเรียนเมื่อผู้รับใบอนุญาต หรือทายาทไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไปโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ต้องยื่นคำขอล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนสิ้นปีการศึกษาและให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการและผู้จัดการ ส่งมอบหลักฐานการวัดผลประเมินผลของโรงเรียนให้แก่ผู้อนุญาตเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ
ข้อ ๔๕ ให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระบัญชีของโรงเรียน (โดยอาจให้ผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการเป็นผู้ชำระบัญชี เพื่อเลิกกิจการโรงเรียน)
ข้อ ๔๖ การชำระบัญชีให้นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๔๗ เมื่อชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีทรัพย์สินเหลืออยู่ให้โอนแก่ผู้รับใบอนุญาต
หมวด ๑๓
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๔๘ การบริหารและการจัดการงานพัสดุ ครุภัณฑ์ ให้เป็นไปตามระเบียบของโรงเรียน
ข้อ ๔๙ การตีความในตราสารของโรงเรียนหากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการบริหารจัดประชุมโดยมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 และมติเสียงข้างมากเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ ๕๐ การแก้ไข เพิ่มเติม ตราสารของโรงเรียนสามารถกระทำได้โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารและมติที่ประชุมโดยเสียงข้างมากให้ดำเนินการแก้ไข
ข้อ ๕๑ การเปลี่ยนแปลงในหมวดที่๑ให้ยึดถือตามที่ได้รับอนุญาตหรือตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่ต้องแก้ไขในตราสารก็ได้
ข้อ ๕๒ ผลกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน กิจการของโรงเรียนในแต่ละปีให้คณะกรรมการบริหารดำเนินการตามมาตรา ๔๕ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดสรรเงินเข้ากองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบตามที่คณะกรรมการกำหนดไม่เกินร้อยละสาม
(๒) จัดสรรเข้ากองทุนสำรองไม่น้อยกกว่าร้อยละสิบ
(๓) จัดสรรให้แก่ผู้รับใบอนุญาตไม่เกินร้อยละสี่สิบ
(๔) ในกรณีที่มีกองทุนอื่นให้จัดสรรกำไรส่วนที่เหลือเข้ากองทุนอื่นนั้น ในกรณีที่ไม่มีกองทุนอื่น ให้จัดสรรกำไรส่วนที่เหลือเข้ากองทุนสำรอง
การจัดสรรเงิน ตาม (๒) (๓) (๔) ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน
ลงชื่อ
(นายอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ)
ผู้รับใบอนุญาต/ผู้รับอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน
ผู้ทำตราสาร

